ประวัติกีฬา หมากรุก ที่ได้รับความนิยมมาอย่างช้านานทั้งของประเทศไทยและของโลก

ประวัติกีฬา หมากรุก

ประวัติกีฬา หมากรุก เป็นกีฬาที่ต้องใช้ระดับของมันสมองในการที่จะต้องมานั่งห้ำหั่นวางแผนการเล่นเพื่อที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้

ประวัติกีฬา หมากรุก

ถ้าหากพูดถึงเกมกีฬาประเภทกระดานที่ได้รับความนิยมมาอย่างช้านานทั้งของประเทศไทยและของโลกก็คงจะหนีไม่พ้นเรื่องของเกมกีฬาอย่าง “หมากรุก” เพราะนี่จัดได้ว่าเป็นกีฬาที่ต้องใช้ระดับของมันสมองในการที่จะต้องมานั่งห้ำหั่นวางแผนการเล่นเพื่อที่จะเอาชนะฝ่ายตรงข้ามให้ได้ แม้กีฬาประเภทนี้อาจจะไม่ได้ใช้แรงมากนัก แต่การใช้สมองของกีฬาประเภทนี้นับได้ว่าเป็นการใช้สมองขั้นเทพกันเลยทีเดียว คนเล่นหมากรุกที่เก่งมากๆ ส่วนใหญ่จึงถูกนับว่าเป็นคนที่นอกจากจะสมองดีแล้วยังเป็นคนที่วางกลยุทธ์และมีเล่ห์เหลี่ยมที่แพรวพราวในการจะหลอกล่อให้คู่ต่อสู้ติดกับและเอาชนะให้ได้ในที่สุด

ถึงกระนั้นเรื่องราวของหมากรุกเองกว่าที่จะก้าวผ่านยุคผ่านสมัยมาจนถึงปัจจุบันนี้ก็มีประวัติและเรื่องราวที่น่าสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว จะพาไปรู้จักกับประวัติและจุดเริ่มต้นของหมากรุกและหมากรุกไทยว่ามีที่มาที่ไปอย่างไรจนได้กลายมาเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบันนี้

ประวัติหมากรุก
ตามตำนานเล่ากันว่าการเล่นหมากรุกนั้นเป็นเกมกีฬาที่มีมาอย่างยาวนานกว่าพันปีในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตำนานที่ชาวอินเดียซึ่งเรียกหมากรุกว่า “จตุรังกา” ได้บอกเล่าสืบทอดกันมาโดยหมากรุกเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อตอนที่พระรามไปทำการล้อมกรุงลงกาเอาไว้ นางมณโฑก็ได้เห็นว่าทางทศกัณฑ์เองก็มีความวิตกกังวลอยู่ไม่ใช่น้อยในเรื่องที่กำลังจะเกิดสงครามขึ้น จึงได้เกิดความคิดที่ว่าจะนำเรื่องที่เกี่ยวกับสงครามมาทำเป็นเกมกระดานเพื่อให้ทศกัณฑ์ได้เล่นแก้ความรำคาญโดยได้มีการนำทหารศึกทั้ง 4 เหล่ามาทำเป็นตัวหมากรุกประกอบไปด้วย พลม้า 1 พลช้าง 1 พลเรือ 1 และพลราบ (เบี้ย) 1 มาตั้งเล่นบนกระดานโดยมีขุนหรือพระราชาเป็นหัวหน้าทัพ ซึ่งวิธีการเล่นตรงนี้ก็ได้ถูกดัดแปลงไปเรื่อยจนกลายมาเป็นหมากรุกที่แต่ละประเทศก็ได้มีชื่อเรียกหรือแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ลักษณะของการเล่นก็ยังคล้ายคลึงกันอยู่

ประวัติหมากรุก
ตามตำนานเล่ากันว่าการเล่นหมากรุกนั้นเป็นเกมกีฬาที่มีมาอย่างยาวนานกว่าพันปีในประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นตำนานที่ชาวอินเดียซึ่งเรียกหมากรุกว่า “จตุรังกา” ได้บอกเล่าสืบทอดกันมาโดยหมากรุกเกิดขึ้นครั้งแรกเมื่อตอนที่พระรามไปทำการล้อมกรุงลงกาเอาไว้ นางมณโฑก็ได้เห็นว่าทางทศกัณฑ์เองก็มีความวิตกกังวลอยู่ไม่ใช่น้อยในเรื่องที่กำลังจะเกิดสงครามขึ้น จึงได้เกิดความคิดที่ว่าจะนำเรื่องที่เกี่ยวกับสงครามมาทำเป็นเกมกระดานเพื่อให้ทศกัณฑ์ได้เล่นแก้ความรำคาญโดยได้มีการนำทหารศึกทั้ง 4 เหล่ามาทำเป็นตัวหมากรุกประกอบไปด้วย พลม้า 1 พลช้าง 1 พลเรือ 1 และพลราบ (เบี้ย) 1 มาตั้งเล่นบนกระดานโดยมีขุนหรือพระราชาเป็นหัวหน้าทัพ ซึ่งวิธีการเล่นตรงนี้ก็ได้ถูกดัดแปลงไปเรื่อยจนกลายมาเป็นหมากรุกที่แต่ละประเทศก็ได้มีชื่อเรียกหรือแบบที่แตกต่างกันออกไป แต่ลักษณะของการเล่นก็ยังคล้ายคลึงกันอยู่

You may also like...

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *