ยิงปืน เป็นกีฬาที่ประชาชนคนไทยให้ความนิยมและสนใจเมื่อไม่นานนี้เอง

ยิงปืน

ยิงปืน  เป็นที่นิยมแพร่หลายมากนัก ต่อมาบรรดานัก

ประวัติยิงปืนในประเทศไทย
กีฬายิงปืนเป็นกีฬาที่ประชาชนคนไทยให้ความนิยมและสนใจเมื่อไม่นานนี้เอง ความจริงแล้วคนไทยรู้จักการใช้อาวุธปืนมาช้านานแล้ว และได้มีการแข่งขันกันแต่ไม่เป็นที่นิยมแพร่หลายมากนัก ต่อมาบรรดานักยิงปืนทั้งหลายได้เล็งเห็นว่าควรจะได้มีการแข่งขันยิงปืนตามแบบและกติกาและกติกาสากลนิยม จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการเพื่อจัดการในดารแข่งขันยิงปืนขึ้นตามแบบและกติกาสากลนิยม จึงได้มีการจัดตั้งสมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่งประเทศไทย โดยจดทะเบียนก่อตั้งอย่างถูกต้อง เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. พ.ศ. 2501

ภายหลังจากที่สมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ได้ก่อตั้งขึ้นแล้ว สมาคมฯจึงได้มีการคัดเลือกนักกีฬายิงปืนส่งเข้าร่วมการแข่งขันกับนานาชาติ เช่น เป็นการแข่งขันซีเกมส์ เอเชียนเกมส์ และโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรกในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก ครั้งที่ 17 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี ในปี พ.ศ. 2503

ในปี พ.ศ. 2501 สมาคมยิงปืนสมัครเล่นแห่งประเทศไทย จึงได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์ยิงปืนแห่งเอเชีย และสมาชิกของสหพันธ์ยิงปืนนานาชาติในปีเดียวกัน ซึ่งประเภทเป็นการแข่งขันยิงปืนตามแบบสหพันธ์ยิงปืนนานาชาติ ซึ่งได้เป็นจัดการแข่งขันในกีฬาโอลิมปิกมี 7 ประเภท คือ

ของแทนซาไนท์ ไม่เพียงแต่เหมาะกับสาวน้อยที่ได้มีความมั่นใจเท่านั้น แต่ยังเหมาะสมกับสุภาพสตรีที่ได้มีบุคลิกเฉพาะตัวอีกด้วย ความนิยมแทนซาไนท์เห็นจะเป็นเพราะมันมีแหล่งกำเนิด และหาได้ที่เดียวบนโลก นั่นคือประเทศแทนซาเนีย ความต้องการครอบครองวัตถุหายากนั้นเป็นแรงดึงดูดให้คนที่ต้องการดูโดดเด่น ไม่เหมือนใคร ล้วนปรารถนาที่จะได้เป็นเจ้าของอัญมณีสีฟ้าเม็ดงาม แทนซาไนท์ ในทางด้านการบำบัด แทนซาไนท์ พลังการบำบัด ที่สามารถบำบัดอาการปวดศรีษะ โรคความเสื่อมต่างๆของระบบประสาท เศร้าหมอง เซื่องซึม และโรคใจสั่น และมีอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง
แหล่งที่พบแทซาไนท์ แทนซาไนท์ เป็นอัญมณีที่ได้มีความสวยงามและมีความน่าสนใจ

ในโลกนี้เราจะได้มีการพบแทนซาไนท์เพียงแห่งเดียวเท่านั้น คือ ที่แอฟริกาตะวันออก ในประเทศแทนซาเนีย ชื่อแทนซาไนท์ เป็นชื่อที่บริษัท Tiffany and Co. ซึ่งเป็นบริษัทอัญมณีของนิวยอร์คตั้งขึ้น ตามแหล่งที่พบ โดยเป็นการเริ่มจากมีคนนำมันไปเสนอให้กับทางบริษัท เมื่อบริษัทเห็นเข้าก็มีปฏิกิริยาตื่นตาตื่นใจ ถึงกับยกย่องให้เป็นอัญมณีที่น่ามหัศจรรย์ โดยทางบริษัท ได้มีการตั้งชื่อใหม่อีกชื่อหนึ่งให้กับแทนซาไนท์ เพราะเห็นว่าชื่อเดิม คือ Blue zoisite ออกเสียงคล้ายกับคำว่า suicide ซึ่งอาจทำให้กระทบต่อยอดขาย จึงตั้งชื่อใหม่เป็น แทนซาไนท์ (Tanzanite) จากนั้นไม่นานชื่อแทนซาไนท์ก็แพร่หลายออกไปในหมู่การค้าเพชรพลอย…

พายเรือยาว เป็นกีฬาชาวบ้านในฤดูน้ำหลากเทศกาลบุญประเพณีออกพรรษา

พายเรือยาว

พายเรือยาว  นอกจากจะสนุกสนานกับการประลองความแข็งแกร่งของฝีพายชิงเจ้าความเร็วแห่งสายน้ำสยาม

พิธีนำเรือลงน้ำ เมื่อขุดเรือเสร็จ ตั้งชื่อเรือเรียบร้อย ก็จะถึงขั้นตอนที่จะได้นำเรือลงน้ำ ก็จะต้องทำพิธีกรรมสำคัญอีกครั้ง โดยการตั้งศาลเพียงตาบวงสรวงเชิญแม่ย่านางลงเรือ โขนเรือก็จะตกแต่งด้วยผ้าแพรสีสันสวยงาม พิธีเบิกเนตร (ตาเรือ) บางครั้งอาจจะมีพิธีสงฆ์ทำบุญเพื่อความเป็นสิริมงคล และรำถวายรับขวัญแม่ย่านาง ครั้นได้ฤกษ์ฝีพายก็ชวยกันโห่สามครั้งยกเรือลงน้ำทันทีฝีพายก็จะนั่งประจำเรือและเป็นการทดสอบพายดูว่าเอียงหรือท้ายลากหรือไม่ เป็นต้น โดยนายช่างขุดเรือจะตรวจสอบความบกพร่องของเรือที่ขุด ถ้าเรียบร้อยดีก็จะเริ่มการฝึกซ้อมฝีพายให้ทันที ถ้ามีส่วนใดบกพร่องก็จะต้องรื้อ

ประเภทของ พายเรือยาว ประเพณี ที่สามารถจำแนกโดยอาศัยจำนวนฝีพายเป็นตัวกำหนดขนาดในการแบ่งประเภทของการแข่งขันได้เป็น 4 ประเภท คือ 1.เรือยาวใหญ่ ใช้ฝีพายตั้งแต่ 41-55 คน 2.เรือยาวกลาง ใช้ฝีพายตั้งแต่ 31-40 คน 3.เรือยาวเล็ก ใช้ฝีพายไม่เกิน 30 คน 4.เรือยาวจิ๋ว ใช้ฝีพายไม่เกิน 12 คน หมายเหตุ เรือยาวจิ๋ว จำแนกเป็น 3 ประเภทคือ เรือจิ๋วใหญ่ ฝีพาย 12 คน เรือจิ๋วกลาง ฝีพาย 10 คน เรือจิ๋วเล็ก ฝีพาย 7-8 คน

เป็นการบรรยายการแข่งขัน เรือยาวประเพณีเป็นกีฬาชาวบ้านในฤดูน้ำหลากเทศกาลบุญประเพณีออกพรรษา นอกจากจะสนุกสนานกับการประลองความแข็งแกร่งของฝีพายชิงเจ้าความเร็วแห่งสายน้ำสยามประเทศแล้วการบรรยายการแข่งขัน (พากย์เรือ) ยังเป็นอีกอรรถรสหนึ่งที่เพิ่มสีสันให้การแข่งขันเป็นได้ด้วยความดุเดือด เร้าใจเป็นยิ่งนัก หลักการบรรยายการแข่งขันเรือยาวประเพณี ที่ได้มีหลักการง่าย ๆ กล่าวคือ 1.ต้องรู้ดี ในที่นี้หมายถึง 3 รู้ คือ -รู้เรือ

คือ ประวัติความเป็นมา และการแข่งขัน -รู้พาย คือ ได้มีการรู้ความสมบูรณ์แข็งแกร่งของฝีพายแต่ละทีมและแม่นในกติกา -รู้สายน้ำ คือ รู้ล่องน้ำในแต่ละสนามว่าล่องไหนได้เปรียบเสียเปรียบจุดไหนอย่างไร 2.มีโวหาร ในที่นี้หมายถึง -มีศิลปในการพูดดี -มีเสียงดังก้องกังวาล -มีลวดลายลีลาการพากย์ รวดเร็ว ดุเดือด เร้าใจ -เป็นผู้มีอารมณ์ คารม คำขำ ฟังแล้วเพลินหู 3.ปฏิภาณว่องไว มีไหวพริบปฏิภาณว่องไวสามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเชื่อมโยงเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสนามไปสู่จุด หรือประเด็นที่จะชี้นำสาระคุณค่ามวลประสบการณ์อันเป็นประโยชน์แก่ผู้ชม ผู้ฟังได้เป็นอย่างดี

วิวัฒนาการเรือยาวไทย เรือยาวมรดกวัฒนธรรมแห่งสายน้ำเป็นกีฬาที่ชาวบ้านอันสะท้อนให้เห็นถึงวิถีชีวิตอันดีงาม ความผูกพันในระหว่างสายน้ำกับชีวิต เรือกับวิถีชีวิตบนพื้นฐานของความศรัทธาเสื่อมใสในคำสอนทางพระพุทธศาสนา อันนำมาซึ่งความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวของบวร

ซึ่งแปลว่า ประเสริฐ อันได้แก่ บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่งเป็นองค์กรพื้นฐานของชุมชนชนบทไทยซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของชาติ เรือยาวประเพณีไทยได้มีวิวัฒนาการจากวิถีชีวิตมาสู่ประเพณี และวิวัฒนาการไปสู่ระบบการแข่งขันนานาชาติในปี พ.ศ.2531 อันเป็นทรัพยากรด้านการส่งเสริมการท่องเที่ยวที่สำคัญจนเป็นที่นิยมแพร่หลายไปทั่ว จนกระทั่งพัฒนาไปสู่การกีฬาในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติ และระดับประเทศสามารถจำแนกวิวัฒนาการได้เป็น…

ยิงธนู เป็นสิ่งที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นมาแต่ดึกดำบรรพ์ ใช้เป็นอาวุธสำหรับป้องกันตัวและล่าสัตว์

ยิงธนู

ยิงธนู ถ้าหากขาดการระมัดระวัง และประมาทในการเล่น ดังนั้นผู้เล่นจึงต้องยึดกฎแห่งความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

ตามประวัติศาสตร์ชาติไทย เกือบจะไม่มีหลักฐานที่ได้กล่าวถึงเรื่องการใช้ธนูแต่อย่างใด ทั้งเป็นการใช้ธนูในด้านอาวุธและในทางด้านการกีฬา ที่จะมีรู้กันอยู่บ้างก็กล่าวถึงในวรรณกรรม เช่น ธนูในพุทธประวัติ ธนูพระรามในรามเกียรติ์ เกาทัณฑ์ในสามก๊ก ยิ่งมาในสมัยรัตนโกสินทร์ก็ยิ่งขาดการพาดพิงถึงกิจกรรมธนูเท่าใดนัก
จริงอยู่ใคร ๆ ก็รู้จักธนูกันทั่วไป แต่ธนูที่รู้จักกันนั้นไม่ผิดอะไรกับปืนเถื่อนของชาวบ้าน ซึ่งเทียบไม่ได้เลยกับปืนชั้นดี สมัยใหม่ ธนูที่ชาวไทยรู้จักเป็นส่วนใหญ่ที่ไม่ผิดอะไรมากนักกับธนูเด็กเล่น คือเหลาไม้ไผ่แล้วได้มีการนำมาโก่งขึงสายก็นับว่าเป็นคันธนู ลูกธนูก็เหลาไม้ปลายแหลม แล้วเอาขนนกมาติดหาง หรือชนกลุ่มน้อยบางเผ่าในประเทศไทยอาจจะเป็นการใช้ใบไม้บางชนิดมาทำหางลูกธนูก็เป็นเพียงลูกธนูชาวบ้านชาวป่า
สำหรับกฎและกติกาการยิงธนู

กฎสำคัญที่สุดในการยิงธนู คือ กฎแห่งความปลอดภัย เป็นการยิงธนูเป็นกีฬาที่อาจจะเป็นการสร้างอันตรายให้กับคนอื่น ๆ ได้ ถ้าหากขาดการระมัดระวัง และประมาทในการเล่น ดังนั้นผู้เล่นจึงต้องยึดกฎแห่งความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ก่อนทีจะยิงธนูทุกครั้งต้องแน่ใจว่าบริเวณเป้า และในทางด้านหลังเป้าปลอดภัย ไม่มีคน สัตว์ หรือสิ่งของอยู่ใกล้เกะกะ จึงจะปล่อยลูกออกไป

ที่พึงรักษากฎแห่งความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด ระลึกเสมอว่า ธนูเป็นอาวุธที่ใช้ในการกีฬาเท่านั้น ลูกธนูที่ยิงออกไปก่อให้เกิดอันตรายได้หากผู้ยิงขาดความ
ระมัดระวัง
ซึ่งในขณะที่รอจะเข้าเส้นยิง หรือช่วยดูตำแหน่งลูกธนูให้กับนักยิงธนูผู้อื่นขณะทำการยิงให้อยู่ด้านหลังของผู้ยิง หรือบนเส้นยิง เมื่อทุกคนยิงเสร็จแล้วจึง
จะเดินไปที่เป้าได้
เก็บลูกธนูไว้ในซองลูกธนูในซองลูกธนูจนกว่าจะเข้าเส้นยิงและถึงเวลายิง
อย่าปล่อยลูกธนูออกไปจนกว่าจะเห็นเป้าหมายชัดเจน และแน่ใจว่าบริเวณใกล้เคียงหรือด้านหลังของเป้าปลอดภัย
อย่าพยายามแสดงความสามารถด้วยการใช้ผู้อื่นเป็นเป้า หรือให้ผู้อื่นถือเป้าที่จะยิง
อย่าปล่อยลูกธนูออกไปถ้าไม่สามารถเห็นตำแหน่งที่ลูกธนูจะ ไปตก อย่ายิงธนูระยะไกลที่เป็นป่าไม่ อย่ายิงธนูขึ้นฟ้าตรง ๆ
อย่าใช้ลูกธนูที่ชำรุด ตรวจดูลูกธนูแต่ละลูกโดยละเอียดในขณะเก็บลูก
อย่าขึ้นคันธนูผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตและห้ามน้าวสาย ธนูไม่ว่ากรณีใด ๆ อย่าแตะต้องอุปกรณ์ยิงของผู้อื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต
อย่าสวมรองเท้าแตะหรือไม่สวมรองเท้าเดินในสนามยิงธนู
ช่วยเหลือเพื่อนนักยิงธนูและกีฬายิงธนู

นี่คือกีฬายิงธนูกีฬาที่หลายคนลงมติเห็นว่าเป็นกีฬาที่ท่า ทายความแม่นยำตัวจริง ดังนั้นคนที่ฝึกยิงธนูจะได้ของแถมนอกจากการเล่นกีฬาแล้ว ยังได้ฝึกฝนกล้ามเนื้อร่างกายให้แข็งแรง และมีสมาธิจดจ่อกับสิ่งที่ทำ…

จักรยาน นับเป็นอีกหนึงชนิดกีฬาที่ได้รับความนิยมในสังคมไทยพอสมควร

จักรยาน

จักรยาน  อีกทั้งทัพนักปั่นทีมชาติไทยยังเคยโชว์ฝีมือคว้าเหรียญทองในศึกเอเชียนเกมส์มาแล้ว

กีฬาจักรยานถือว่าเป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬาที่ใกล้ตัวเราไม่น้อย แทบทุกคนล้วนเติบโตขึ้นมาที่พร้อมจักรยานคู่ใจกันทั้งนั้น หลายคนอาจจะเคยเห็นการแข่งขันจักรยานระดับโลกผ่านทางทีวีอยู่บ้าง ใครบางคนถึงขั้นติดตามกีฬาชนิดนี้อย่างใกล้ชิด ซึ่งในประเทศไทยกีฬาจักรยานถือว่าได้รับความนิยมในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งการติดตามชมการแข่งขันตูร์เดอฟร็องส์ซึ่งเป็นการแข่งขันจักรยานทางเรียบชื่อดัง และความนิยมในการปั่นจักรยานที่ในช่วงไม่มีปีที่ผ่านมาได้รับความสนใจอย่างมาก

กีฬาปั่นจักรยานได้มีจุดเริ่มต้นที่ฝรั่งเศส ซึ่งในปี 1834 ที่ได้มีการจัดการแข่งขันจักรยานขึ้นที่เมืองรูออง โดยแชมป์ในครั้งนั้นตกเป็นของเจมส์ มัวร์ (James Moore) นักปั่นชาวอังกฤษ ต่อมาในปี 1900 ได้มีการก่อตั้งสหพันธ์จักรยานนานาชาติ หรือ U.C.I. (Union Cycling International) ขึ้น ณ มหานครปารีส โดยมีฝรั่งเศสเป็นประธานสหพันธ์รายแรก

ต่อมาในปี 1964 ในระหว่างที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 18 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น คณะกรรมการโอลิมปิกสากลได้ขอร้องให้สหพันธ์จักรยานนานาชาติ (U.C.I.) แยกนักกีฬาจักรยานอาชีพกับนักกีฬาจักรยานสมัครเล่นออกจากกัน โดยที่ได้มีการบริหารแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาด จึงทำให้การแข่งขันจักรยานสมัครเล่นครั้งแรกได้เกิดขึ้นในกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 19 ปี 1968 ณ กรุงเม็กซิโก ประเทศเม็กซิโก เป็นต้นมา โดยกีฬาจักรยานถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬาในการแข่งขันเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในปี 1951 จวบจนกระทั่งปัจจุบัน

ในปี 1959 ประเทศไทยได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันแข่งขันกีฬาแหลมทอง ครั้งที่ 1 ขึ้น ณ กรุงเทพมหานคร ซึ่งในการแข่งขันครั้งนี้ได้มีการจัดให้มีการแข่งขันกีฬาจักรยานขึ้นด้วย แต่การจะจัดการแข่งขันได้นั้น จำเป็นต้องมีองค์กรเกี่ยวกับกีฬานั้นๆ เป็นผู้ดำเนินจัดการแข่งขัน รวมทั้งองค์การนั้นจะต้องเป็นสมาชิกของสหพันธ์จักรยานแห่งนานาชาติ หรือ UCI จึงทำให้ประเทศไทยได้ก่อตั้งสมาคมจักรยานขึ้นนับแต่บัดนั้น

การแข่งขันจักรยานประเภทจักรยานโร้ด ไซค์ลิ่ง หรือจักรยานประเภทถนน โดยการแข่งขันประเภทนี้ เป็นการแข่งขันในสนามวงรอบซึ่งมีลักษณะที่คล้ายคลึงกับลู่แข่งขันของประเภทจักรยานภายในลู่ที่มีความโค้งลาด และ ขนาดความกว้างที่ 6 หรือ 8 เมตร ในจุดออกตัวและเส้นชัย และควรจะมีลักษณะของลู่ที่เป็นทางตรงอย่างน้อย 500 เมตร ก่อนถึงเส้นชัย และความกว้างอย่างน้อย 100 เมตร สำหรับโซนกันชนโดยอนุญาตให้ใช้ลู่ที่มีจุดเริ่มต้นและจุดเส้นชัยเดียวกันในการแข่งขันได้…

เปตอง กีฬาชนิดนี้มีความเป็นมาอย่างไร มีวิธีการเล่นอย่างไร

เปตอง

เปตอง  นิยมเล่นกันแพร่หลายทั่วทุกภาคของประเทศไทย เนื่องจากกีฬาเปตองได้แพร่หลายเข้าสู่ระบบการศึกษาของไทย

ประวัติกีฬาเปตองสากล
เปตอง เป็นกีฬากลางแจ้งประเภทหนึ่งซึ่งได้มีมาตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ประวัติที่อย่างแน่นอนนั้นไม่มีการบันทึกไว้ แต่ได้มีหลักฐานจากการเล่าสืบต่อ ๆ กันมาว่า ที่ได้กำเนิดขึ้นครั้งแรกในประเทศกรีซ เมื่อประมาณ 2,000 ปีก่อนคริสตกาล โดยเก็บก้อนหินที่เป็นทรงกลมจากภูเขาและใต้ทะเลมาเล่นกัน ต่อมากีฬาเปตองได้แพร่หลายเข้ามาในทวีปยุโรป เมื่ออาณาจักรโรมันครองอำนาจและเข้ายึดครองดินแดนของชนชาวกรีกได้สำเร็จ ชาวโรมันได้ใช้กีฬาประเภทนี้เป็นเครื่องทดสอบกำลังข้อมือและกำลังกายของผู้ชายในสมัยนั้น

เมื่ออาณาจักรโรมันเข้ายึดครองดิน แดนชาวโกลหรือประเทศฝรั่งเศสในปัจจุบัน ชาวโรมันก็ได้มีการนำเอาการเล่นลูกบูลประเภทนี้เข้าไปเผยแพร่ทางตอนใต้ของประเทศ ฝรั่งเศส เป็นการเล่นลูกบูลจึงได้พัฒนาขึ้นโดยเปลี่ยนมาใช้ไม้เนื้อแข็งถากเป็นรูปทรงกลม แล้วใช้ตะปูตอกรอบ ๆ เพื่อเพิ่มน้ำหนักของลูกให้เหมาะกับมือ

ในยุคกลาง เป็นการเล่นลูกบูลนี้เป็นที่ได้มีการนิยมเล่นกันแพร่หลายในประเทศฝรั่งเศส ในสมัยพระเจ้านโปเลียนมหาราชขึ้นครองอำนาจ พระองค์ได้ทรงประกาศให้การเล่นลูกบูลนี้เป็นกีฬาประจำชาติของฝรั่งเศส และได้เปิดโอกาสให้ประชาชนทั่วไปได้เล่นกัน เป็นการเล่นลูกบูลนี้จึงได้มีการพัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ตลอดมา จนมีการตั้งชื่อเกมกีฬาประเภทนี้ขึ้นมาเล่นอย่างมากมายต่าง ๆ กัน เช่น บูลเบร-รอตรอง, บูลลิโยเน่ส์, บูลเจอร์ เดอร์ลอง และบลู-โปรวังซาล เป็นต้น

ในที่สุดก็ฝรั่งเศสได้มีการก่อตั้ง “สหพันธ์ เปตองและโปรวังซาล” ขึ้นในปี พ.ศ. 2481 (ค.ศ. 1938) จากนั้นจำนวนสมาชิกก็ได้มีการเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มีบุคคลทุกระดับชั้นทุกเพศ ทุกวัยเข้าเป็นสมาชิก ลูกบูลที่ใช้เล่นก็มีการคิดค้นทำเป็นลูกโลหะผสมเหล็กกล้า ข้างในกลวง การเล่นจึงมีความสนุกสนานเร้าใจยิ่งขึ้นกว่าเดิม หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 การเล่นกีฬาลูกบูล-โปรวังซาลที่ได้ดัดแปลงแก้ไขใหม่นี้ได้รับความนิยมเล่น มากขึ้น และได้แพร่หลายไปตามหัวเมืองต่าง ๆ อย่างรวดเร็วทั่วประเทศฝรั่งเศส ตลอดจนถึงดินแดน อาณานิคมของฝรั่งเศสอีกด้วย

วิธีเล่นเปตอง
1. เปตองเป็นกีฬาที่เล่นได้กับสนามทุกสภาพ ยกเว้นพื้นคอนกรีตกับพื้นไม้ และพื้นดินที่มีหญ้าขึ้นสูง โดยมีคณะกรรมการจัดการแข่งขันหรือผู้ตัดสินเป็นผู้กำหนด ผู้เล่นทุกทีมต้องเล่นในสนามที่กำหนดให้สำหรับการแข่งขันชิงชนะเลิศระดับชาติและนานาชาติสนามต้องมีขนาดกว้าง 3.50 เมตร และยาว 13 เมตร เป็นอย่างน้อย แต่มีขนาดมาตรฐาน คือ 4 เมตร ยาว 15 เมตร เกมหนึ่งกำหนดให้ใช้ 13 คะแนน สำหรับการแข่งขันในรอบแรกและรอบต่อ ๆ ไป (จะใช้เพียง 11 คะแนนก็ได้) สำหรับชิงชนะเลิศในระดับนานาชาติหรือแห่งชาติให้ใช้ 15 คะแนน

2. ผู้เล่นทุกคนต้องลงสู่สนามแข่งขันตามเวลาที่กำหนด ให้ทำการเสี่ยงว่าฝ่ายใดจะเป็นฝ่ายโยนลูกเป้า

2.1 ผู้เล่นคนใดคนหนึ่งในทีม ซึ่งเป็นฝ่ายชนะในการเสี่ยงเป็นผู้โยนลูกเป้า เมื่อโยนแล้ว เลือกจุดเริ่มต้น แล้วให้เขียนวงกลมบนพื้นมีขนาดพอที่เท้าทั้งสองข้างเข้าไปยืนอยู่ได้ (เส้นผ่าศูนย์กลาง ระหว่าง 0.35-0.50 เมตร) วงกลมนั้นจะต้องห่างจากสิ่งกีดขวางต่าง ๆ และเส้นสนามไม่น้อยกว่า 1 เมตร สำหรับการแข่งขันในสภาพสนามที่ไม่มีขอบเขตของสนาม ให้เขียนวงกลมห่างจากวงกลมของสนามอื่นไม่น้อยกว่า 2 เมตร

2.2 ผู้ที่เตรียมเล่นจะต้องอยู่ภายในวงกลมห้ามเหยียบเส้นรอบวง ห้ามยกเท้าพ้นพื้น และห้ามออกจากวงกลมก่อนที่ลูกเปตองจะตกลงพื้นส่วนอื่นร่างกายจะถูกพื้นนอกวงกลมไม่ได้เว้นแต่คนขาพิการ ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นกรณีพิเศษให้วางเท้าข้างเดียวในวงกลมได้ ส่วนนักกีฬาพิการที่ต้องนั่งรถเข็นให้ขีดวงกลมรอบล้อรถเข็นได้ และที่วางเท้าของรถเข็นต้องให้อยู่สูงเหนือขอบวงกลม…

มวยปล้ำ เป็นกีฬาที่เป็นที่นิยมเสมอมาตั้งแต่มีการบันทึกในประวัติศาสตร์

มวยปล้ำ

มวยปล้ำ    มีความนิยมที่แพร่หลายและเป็นสิ่งบันเทิงในหมู่ผู้สูงศักดิ์และครอบครัวของเชื้อพระวงศ์

มวยปล้ำ เป็นกีฬาที่เป็นที่ได้มีการนิยมเสมอมาตั้งแต่ได้มีการบันทึกในประวัติศาสตร์ เป็นจุดกำเนิดของกีฬามวยปล้ำเกิดขึ้นเมื่อ 15,000 ปีในบริเวณที่ตั้งของประเทศฝรั่งเศส โดยได้มีหลักฐานเป็นรูปภาพเกี่ยวกับมวยปล้ำในถ้ำแห่งหนึ่ง ชาวบาบิโลนและชาวอียิปต์ที่ได้เผยแพร่การแสดงของนักมวยปล้ำโดยการปล้ำและการเข้าล็อกซึ่งเป็นที่ได้มีการรู้จักกันในปัจจุบัน ในยุคกรีกโบราณมวยปล้ำมีหลักฐานอย่างเด่นชัดผ่านทางตำนานและเรื่องเล่าต่าง ๆ เช่น เป็นการแข่งขันมวยปล้ำ และแง่มุมต่าง ๆ ในรูปแบบที่โหดร้าย ซึ่งในปัจจุบันมวยปล้ำถูกบรรจุเป็นหนึ่งในกีฬาโอลิมปิก

ในช่วงสมัยของโรมันโบราณที่ได้มีการหยิบยืมศิลปะมวยปล้ำเข้ามาจากกรีกแต่โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นวิธีการต่อสู้ที่ดุเดือดมากกว่า และในช่วงยุคกลางหรือที่เราได้มีการเรียกว่าศตวรรษที่15 มวยปล้ำยังคงมีความนิยมที่แพร่หลายและเป็นสิ่งบันเทิงในหมู่ผู้สูงศักดิ์และครอบครัวของเชื้อพระวงศ์ซึ่งรวมถึงในประเทศฝรั่งเศส ประเทศญี่ปุ่น และประเทศอังกฤษ ชาวอเมริกันในช่วงเริ่มแรกที่ได้นำวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งของมวยปล้ำเข้ามาหลังจากที่มวยปล้ำที่ได้มีการเผยแพร่ในประเทศอังกฤษแล้ว และได้มีการพบว่าชาวอเมริกันดั้งเดิมก็ชื่นชอบมวยปล้ำเป็นอย่างมาก มวยปล้ำสมัครเล่นรุ่งโรจน์ในช่วงต้นที่สหรัฐอเมริกาและเป็นกิจกรรมที่นิยมในช่วงงานรื่นเริง งานเลี้ยงฉลองวันหยุด และกีฬาของกองทัพ

เป็นการจัดการแข่งขันมวยปล้ำระดับชาติที่สหรัฐอเมริกาที่ได้เป็นการเริ่มต้นครั้งแรกในเมืองนิวยอร์กในปี ค.ศ. 1888 ซึ่งในขณะที่แชมป์กีฬามวยปล้ำในกีฬาโอลิมปิกยุคใหม่มีขึ้นในปี ค.ศ. 1904 ที่เมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิสซูรี ในปี ค.ศ. 1912 ที่ประเทศเบลเยี่ยม แชมป์มวยปล้ำของ NCAA Wrestling มีขึ้นในปี ค.ศ. 1912 ณ รัฐไอโอวา เมืองเอมส์ มวยปล้ำสหรัฐเริ่มเป็นพื้นฐานของกีฬามวยปล้ำสมัครเล่นในปี ค.ศ. 1983 และมีการจัดลำดับขั้นในแต่ละช่วงของอายุนักแข่งขัน

มวยปล้ำยังเป็นกีฬาอันดับต้นในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงเอเธนส์ในปี ค.ศ. 1896 ซึ่งได้มีการรวมถึงการแข่งขันรูปแบบ Greco-roman โดยที่ไม่มีการจำกัดน้ำหนักผู้เข้าแข่งขัน

ในระดับวิทยาลัย มวยปล้ำไม่ใช่เพียงแค่การต่อสู้ในระหว่างกันบนเสื่อ แต่รวมถึงการต่อสู้ในแบบการหัก 45 องศา และรวมถึงการโจมทีทางด้านหลังหรือที่เรียกว่าล็อกเพื่อเก็บคะแนน

ในปี ค.ศ. 1908 มวยปล้ำแบบ Greco-roman ได้ถูกบรรจุใหม่ในกีฬาโอลิมปิก รูปแบบอิสระก็ได้ถูกบรรจุลงในกีฬาโอลิมปิกด้วยเช่นกันในปี ค.ศ. 1904

เมื่อเดือนก.ย. ค.ศ. 2001 สมาคมกีฬาโอลิมปิกสากลที่ได้มีการนำประเภทกีฬามวยปล้ำเพิ่มขึ้นเป็นอีกสองแบบคือ

มวยปล้ำหญิงถูกบรรจุในกีฬาโอลิมปิกเมื่อปี ค.ศ. 2004 แบ่งออกเป็น 4 ประเภทน้ำหนัก
ลดประเภทน้ำหนักในนักกีฬาชายลงจากอายุ 16 เป็นอายุ 14 ในประเภท Greco-roman และประเภทอิสระ…

ขว้างจักร เริ่มต้นในสมัยกรีกโบราณประมาน 708 ปีก่อนคริสตกาล

ขว้างจักร

ขว้างจักร  เป็นหลักการของการขว้างจักร คือการส่งแรงทั้งหมดที่เรามีอยู่ไปสู่อุปกรณ์คือจักรไปให้ไกลที่สุด

ผู้เข้าแข่งขันในแต่ละคนจะต้อง ขว้างจักร ออกจากพื้นที่ภายในวงกลมให้จักรไปตาม
ทิศทางและกติกาที่กำหนดไว้ ผู้ที่ขวางได้ไกลที่สุดเป็นผู้ชนะกีฬาประเภทนี้เหมาะกับผู้มีช่วง
แขนยาวซึ่งช่วยให้เกิดการได้เปรียบขณะหมุนตัวเหวี่ยงจักร นักขว้างจักรควรมีคุณสมบัติดังนี้
มีร่างกายแข็งแรง
รูปร่างใหญ่ ล่ำสัน นิ้วมือ แขน และไหล่กว้าง มีช่วงแขนยาว
มีความรวดเร็ว ว่องไว ประสางและทักษะการเคลื่อนไหวดี

เป็นหลักการของการขว้างจักร คือการส่งแรงทั้งหมดที่เรามีอยู่ไปสู่อุปกรณ์คือจักรไปให้ไกลที่สุด
วิธีจับจักรคือใช้ข้อนิ้วชี้ข้อแรกเกี่ยวจักรไว้
ในการขว้างจักร มีอยู่ 3 ขั้นตอนก็คือ การเหวี่ยง การหมุน และเป็นการส่งแรงเพื่อขว้างจักร เป็นการเริ่มก็คือการเหวี่ยงเน้นไปที่ความผ่อนคลายสบายๆ ที่ต้องยืนแยกเท้าออกประมาณหัวไหล่น้ำหนักตัวอยู่ที่อยู่ในระหว่างเท้าทั้ง 2 ข้าง เป็นการหมุนจะเหวี่ยงปลายเท้าซ้ายเตะขาขวาไปรอบวงแล้ววางขาซ้าย การขว้างคือท่าที่จะต้องปล่อยอุปกรณ์ ทุกท่าต้องทำต่อเนื่องกัน ตั้งแต่การหมุน การเหวี่ยง การขว้าง

ทักษะการขว้างจักร
การถือจักร
ให้นักเรียนถือจักรตามถนัด นิ้วมือแยกห่างกันพอสบาย แต่ถ้าห่างกันเกินไปจะประคองจักรยาก หากชิดกันเกินไปก็จะหมุนจักรไม่ได้
เป็นการเตรียมตัวก่อนขว้างจักร
ถือว่าจักรด้วยมือขวา ยืนย่อเข่าในวงกลม หันหลังให้กับทิศทางที่จะขว้าง เท้าแยกประมาณ 1 ช่วงไหล่ ปลายเท้าชี้เข้าหาขอบ
วงกลม เมื่อพร้อมแล้ว ให้เหวี่ยงท่าไหนก็ได้ ตามถนัด
การหมุนตัว
ที่ได้เป็นการเริ่มที่เหวี่ยงจักรไปข้างหลัง ที่มาพร้อมบิดลำตัวเล็กน้อย ที่ได้มีการหันหน้ามองข้ามไหล่ซ้าย จักรจะอยู่ ระดับเอว ทุกส่วนไม่เกร็ง งอเข่าซ้าย
เป็นการใช้แขนซ้ายช่วยเหวี่ยงเลี้ยงลำตัวไม่ให้เซ ในใช้เท้าซ้ายยืนเป็นหลัก หมุนไปทางซ้ายพร้อมกับกระโดด ไม่ต้องสูงมากหน้าหันไปทางไหล่
ซ้ายเสมอ แขนเหยียดเกือบตึง เหวี่ยงเท้าขวายันพื้นใกล้ศูนย์กลางวงกลม ใช้เท้าขวาเป็นหลักเท้าซ้ายเหวี่ยงอ้อมหลังเลยไปจนเท้าซ้าย
เคลื่อนไปใกล้พื้นเกือบชิดขอบในด้านหน้าวงกลม เฉียงซ้ายเล็กน้อย เท้าซ้ายแตะพื้น จักรจะเหวี่ยงมาข้างหน้าทำมุมสูง 40 องศา
ในขณะหมุนควรหมุนตัวด้วยปลายเท้า
การขว้างจักร
ขณะปลายเท้าซ้ายเคลื่อนไปใกล้พื้นเกือบชิดขอบในด้านหน้าวงกลม เอวเริ่มหมุนมาในทิศที่จะขว้างจักรไป เปลี่ยนน้ำหนักตัว
มาอยู่บนเท้าซ้าย อย่าแอ่นเอวหรือปล่อยให้ไหล่ซ้ายห้อยลง ส่วนมือขวาทำมุมสูง 40 องศา สะบัดลำตัวไปทางซ้าย บิดสะโพกและ
ย่อเข่าถีบส่งด้วยเท้าขวา ถ่ายน้ำหนักไปข้างหน้า ที่มีความพร้อมกับเหวี่ยงแขน ในการขว้างจักรออกไปเป็นมุมราว 40 องศา
การทรงตัวเมื่อขว้างจักรไปแล้ว
ในขณะที่ปล่อยจักรออกไป ให้ใช้เท้าขวาดันพื้นอย่างแรง เพื่อเป็นการเพิ่มกำลังให้จักรไปไกลยิ่งขึ้นแล้วก้าวเท้าขวา สลับกับซ้าย เท้าซ้าย เหวี่ยงไปข้างหลังกางแขนซ้ายออกเล็กน้อยเพื่อให้ทรงตัวอยู่ได้

กติกาการขว้างจักร
จักรจะต้องตกภายในเส้นรัศมี
ห้ามออกนอกวงกลมจนกว่าจักรจะตกถึงพื้นครั้งแรกสมบูรณ์แล้ว
ต้องไม่ฉีดสเปรย์หรือสารบางอย่างในวงกลมหรือรองเท้า
ห้ามใช้ผ้ายางพันนิ้ว มือ 2 นิ้วหรือมากกว่าเข้าด้วยกันยกเว้นบาดเจ็บ
สามารถคาดสายเข็มขัดหนังหรืออุปกรณ์อื่นที่จำเป็นว่าเหมาะสม เพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
ของกระดูกได้
จักรที่ขว้างออกไปแล้ว ห้ามขว้างกลับมาให้ถือกลับมาที่วงกลม
ห้ามออกนอกวงกลมจนกว่าจักรถึงเส้น

 

กีฬา วอลเลย์บอล เป็นอีกหนึ่งชนิดกีฬายอดนิยม ที่มีการแข่งขันระดับชาติ

วอลเลย์บอล

วอลเลย์บอล  นิยมเล่นกันอย่างแพร่หลาย จนถูกรวมเข้ากับหลักสูตรการเรียนการสอนชั้นมัธยมศึกษาในหลายโรงเรียน

ประวัติวอลเลย์บอล
กีฬาวอลเลย์บอล (Volleyball) นั้น ถือว่าเป็นกำเนิดขึ้นตั้งแต่ปี ค.ศ.1895 (พ.ศ.2438) โดย นายวิลเลียม จี. มอร์แกน (William G. Morgan) ผู้อำนวยการฝ่ายพลศึกษาของสมาคม Y.M.C.A. (Young Men’s Christian Association) ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ต้องการได้มีกีฬาสำหรับเล่นในช่วงฤดูหนาวแทนกีฬากลางแจ้ง เพื่อเป้นการออกกำลังกายและพักผ่อนหย่อนใจยามหิมะตก

โดย นายวิลเลียม จี. มอร์แกน เกิดไอเดียในการพัฒนากีฬาวอลเลย์บอลขึ้น ซึ่งในขณะที่เขากำลังนั่งดูเทนนิส และเป้นการเลือกนำเอาตาข่ายกลางสนามของกีฬาเทนนิส เพื่อมาเป็นส่วนประกอบในกีฬาที่เขาคิดค้น และเป็นการเลือกใช้ยางในของลูกบาสเก็ตบอล มาเป็นลูกบอลที่ใช้ตีโต้ตอบกันไปมา แต่ยางในของลูกบาสเก็ตบอลกลับให้น้ำหนักเบาจนเกินไป จึงได้มีการเปลี่ยนไปใช้ลูกบาสเก็ตบอลแทน ซึ่งลูกบาสเก็ตบอลก็มีขนาดใหญ่และน้ำหนักมากจนเกินไปอีก เขาจึงได้มีการสั่งทำลูกบอลขึ้นมาใหม่โดยเฉพาะ ในขนาดเส้นรอบวง 25-27 นิ้ว และกำหนดน้ำหนักไว้ที่ 8-12 ออนซ์ จากนั้นจึงตั้งชื่อกีฬาชนิดนี้ว่า มินโทเนตต์ (Mintonette)

ต่อมา ชื่อของ มินโทเนตต์ (Mintonette) ที่ได้ถูกเปลี่ยนเป็น วอลเลย์บอล (Volleyball) หลังจากได้รับคำแนะนำจาก ศาสตราจารย์ อัลเฟรด ที เฮลสเตด (Professor Alfred T. Helstead) ในงานประชุมสัมมนาผู้นำในทางพลศึกษาที่วิทยาลัยสปริงฟิลด์ (Spring-field College) เมื่อปี ค.ศ.1896 (พ.ศ.2439) และกลายเป็นกีฬายอดนิยมในหมู่ประชาชนชาวอเมริกัน จนแพร่หลายออกไปทั่วโลก รวมทั้งได้มีการปรับปรุงและพัฒนาอยู่เป็นระยะ

กติกาวอลเลย์บอล
สนามแข่งขัน
ที่จะต้องเป็นพื้นไม้หรือพื้นปูนที่มีลักษณะเรียบ ไม่มีสิ่งกีดขวาง
เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า กว้าง 9 เมตร ยาว 18 เมตร ความสูงจากพื้นประมาณ 7 เมตร ที่ได้มีบริเวณโดยรอบห่างจากสนามประมาณ 3 เมตร
แต่ถ้าหากเป็นสนามมาตรฐานในระดับนานาชาติ ที่ได้มีการกำหนดให้รอบสนามห่างจากสนามประมาณ 5 เมตร ทางด้านหลังห่าง 8 เมตร และมีความสูง 12.5 เมตร
เส้นรอบสนาม (Boundary lines) ทุกเส้นจะต้องกว้าง 5 เซนติเมตร เป็นสีอ่อนตัดกับพื้นสนาม มองเห็นได้ชัดเจน
เส้นแบ่งเขตแดน (Center line) ที่อยู่ตรงกลางสนาม ที่จะต้องอยู่ใต้ตาข่าย หรือตรงกับเสาตาข่ายพอดี

ตาข่าย
ที่จะต้องมีความสูงจากพื้น 2.43 เมตร กว้าง 1 เมตร ยาว 9.5 – 10 เมตร
ตารางในตาข่ายกว้าง 10 เซนติเมตร ผู้ติดไว้กับเสากลางสนาม
ตาข่ายสำหรับทีมหญิงสูง 2.24 เมตร

ประวัติความเป็นมา กีฬาวอลเลย์บอล
ลูกวอลเลย์บอล
เป็นทรงกลมมีเส้นรอบวงประมาณ 65-67 เซนติเมตร น้ำหนัก 260-280 กรัม
ทำจากหนังสังเคราะห์ที่ยืดหยุ่นได้
ซึ่งในการแข่งขันระดับโลกจะใช้ลูกบอล 3 ลูกต่อการแข่งขัน เพื่อความต่อเนื่องหากบอลออกนอกสนาม

ผู้เล่น
ในทีมจะต้องมีผู้เล่นไม่เกิน 12 คน ผู้ฝึกสอน 1 คน ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน 1 คน เทรนเนอร์ 1 คน และแพทย์ 1 คน
ผู้เล่นจะลงเล่นในสนามได้ครั้งละ 6 คน โดยแบ่งออกเป็นหน้าตาข่าย 3 คน และด้านหลังอีก 3 คน
สามารถเปลี่ยนตัวผู้เล่นครั้งละกี่คนก็ได้ โดยผู้เล่นเดิมที่ถูกเปลี่ยนออก สามารถเปลี่ยนกลับมาเล่นในสนามได้อีก
การแต่งกายในชุดแข่งขัน ต้องแต่งกายเหมือนกันทั้งทีม ประกอบไปด้วย เสื้อสวมคอ กางเกงขาสั้น ถุงเท้า และรองเท้าผ้าใบพื้นยางที่ไม่มีส้น โดยผู้เล่นแต่ละคนจะต้องติดหมายเลขกำกับไว้ที่เสื้อ กำหนดให้ใช้เลข 1-18 เท่านั้น สำหรับหัวหน้าทีมจะต้องมีแถบผ้าขนาด 8×2 เซนติเมตร ติดอยู่ใต้หมายเลขบริเวณอกเสื้อด้วย

วิธีการเล่น
ทีมที่ได้เสิร์ฟ จะต้องให้ผู้เล่นที่อยู่ในตำแหน่งขวาหลัง เป็นผู้เสิร์ฟเพื่อเปิดเกม จากนั้นผู้เล่นทุกตำแหน่งจะขยับตำแหน่งวนไปตามเข็มนาฬิกา
การเสิร์ฟจะต้องรอฟังสัญญาณนกหวีดก่อน และให้เริ่มเสิร์ฟลูกบอลภายใน 5 วินาที
ทีมที่ได้คะแนนจะเป็นผู้ได้เสิร์ฟ จนกว่าจะเสียคะแนนให้ฝ่ายตรงข้ามจึงจะเปลี่ยนเสิร์ฟ
เมื่อลูกเข้ามาในเขตแดนของทีม จะสามารถเล่นบอลได้มากที่สุด 3 ครั้งเท่านั้น
สามารถบล็อคลูกบอลจากฝ่ายตรงข้ามที่หน้าตาข่ายได้ แต่หากผู้เล่นล้ำเข้าไปในแดนของฝ่ายตรงข้ามจะถือว่าฟาวล์
สามารถขอเวลานอกได้ 2 ครั้งต่อ 1 เซต ให้เวลาครั้งละ 30 วินาที
ทุกครั้งที่แข่งขันจบ 1 เซต จะต้องมีการเปลี่ยนฝั่ง

การคิดคะแนน
ทีมจะได้คะแนนเมื่อลูกบอลตกลงในเขตสนามของฝ่ายตรงข้าม โดยนับเป็นลูกละ 1 คะแนน และหากมีการเสียคะแนน จะต้องเปลี่ยนให้ทีมที่ได้คะแนนเป็นผู้เสิร์ฟ
หากทีมไหนได้คะแนนครบ 25 คะแนนก่อน ก็จะเป็นผู้ชนะในเซตนั้นไป แต่หากคะแนนเสมอกันที่ 24-24 จะต้องมีการดิวซ์ (Deuce) หมายถึงต้องทำคะแนนให้มากกว่าอีกฝ่าย 2 คะแนน ถึงจะเป็นผู้ชนะ เช่น 26-24 หรือ 27-25 เป็นต้น
ต้องแข่งขันกันให้ชนะ 3 ใน 5 เซต จึงจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้น…

กีฬา ว่ายน้ำ เป็นกีฬาค่อนข้างได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปรเทศไทย

ว่ายน้ำ

ว่ายน้ำ   เนื่องจากอากาศร้อน ๆ จึงทำให้กีฬาชนิดนี้ตอบโจทย์กับสภาพอากาศได้เป็นอย่างดี

ถ้าหากใครก็ตามที่ได้มีการติดตามมหกรรมกีฬาระดับชาติอย่างเอเชียน เกมส์ หรือโอลิมปิก เกมส์ อย่างเข้มข้น ย่อมต้องรู้กันดีว่า มีกีฬาอยู่ 2 ชนิด แม้ว่าจะไม่ได้เป็นกีฬายอดนิยม เป็นกีฬาพื้น ๆ ที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์อะไรมาก แต่กลับเป็นกีฬาที่มีการชิงเหรียญทองมากที่สุดเป็นอันดับ 1 และ 2 นั่นคือ… กรีฑา กับ ว่ายน้ำ

และด้วยความที่กีฬา 2 ชนิดนี้ ที่ได้มีลักษณะการเล่นที่เกี่ยวข้องกับการดำรงชีวิตของมนุษย์ หรือสามารถเรียกได้ว่า เป็นกิจกรรมยามปกติของมนุษย์ ที่ทำให้หลายๆคนอาจจะมีข้อสงสัยได้ว่า กิจกรรมปกติแบบนี้ ที่นำมาแข่งเป็นกีฬาได้อย่างไร ด้วยเหตุนี้ ในวันนี้ ที่จะมาไขข้อสงสัยนี้กัน โดยกระทู้นี้จะขอนำเสนอเกี่ยวกับประวัติกีฬาว่ายน้ำ (Swimming) กัน

ประวัติกีฬาว่ายน้ำ
ประวัติกีฬาว่ายน้ำ ที่ได้มีการเริ่มมีการแข่งขันครั้งแรก พ.ศ. 2416 (ค.ศ. 1873) ที่วูลิช บาร์ท ใกล้กับกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ โดยกติกาการแข่งขันจะว่ายแบบใดก็ได้ ขอให้ถึงเส้นชัยเป็นพอ และหลังจากที่ได้มีการแข่งขันครั้งนี้จบลง ประชาชนก็สนใจกีฬาว่ายน้ำมากขึ้น จนถูกบรรจุในการแข่งขันโอลิมปิกครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ. 2436 (ค.ศ. 1893) จวบจนทุกวันนี้

สำหรับกีฬาว่ายน้ำในประเทศไทย ที่ได้มีการจดทะเบียนสมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ต่อกรมตำรวจเมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2502 โดยที่มี พล.ร.ท.สวัสดิ์ ภูติอนันต์ เป็นนายกสมาคมฯ คนแรก ก่อนที่จะเข้ามาเป็นสมาชิกของสหพันธ์ว่ายน้ำนานาชาติ ปี 2504

อย่างไรก็ตาม ปี 2548 สมาคมว่ายน้ำสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ก็ได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น สมาคมว่ายน้ำแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนกีฬาทางน้ำหลายชนิดทั้งว่ายน้ำ, กระโดดน้ำ, โปโลน้ำ และระบำใต้น้ำ

ในส่วนของการแข่งขันกีฬาว่ายน้ำในปัจจุบัน ที่ได้มีการแข่งขันกันหลากหลายประเภท แยกประเภทการแข่งขันจากท่าการว่าย, ระยะทาง, การว่ายคนเดียวหรือการว่ายเป็นทีม (ว่ายผลัด) ด้วยเหตุนี้เอง จึงสามารถกระจายการชิงเหรียญทองในการแข่งขันไปได้มาก อย่างโอลิมปิก 2012 ครั้งล่าสุด มีการชิงเหรียญทองกันถึง 34 เหรียญกันเลยทีเดียว

สำหรับท่าการว่ายในการแข่งขันว่ายน้ำ มีอยู่ 4 ท่าด้วยกัน ได้แก่
ท่าฟรีสไตล์ เป็นท่าว่ายอย่างไรก็ได้ ขอให้ต่างจากท่าผีเสื้อ ท่ากบ และท่ากรรเชียง ซึ่งส่วนมากที่เห็นกันคือ การสาวมือว่ายสลับกันไปมาซ้ายขวา
ท่าผีเสื้อ เป็นการว่ายแบบคว่ำหน้า มือทั้งสองข้างจะต้องยกเหนือน้ำพร้อมกัน
ท่ากบ เป็นท่าว่ายแบบคว่ำหน้า มือทั้งสองข้างต้องพุ้งไปข้างหน้าพร้อมกัน ส่วนข้อศอกอยู่ใต้ผิวน้ำ พร้อมกับเตะเท้าไปด้านหลังด้วย ถือว่าเป็นท่าที่ว่ายได้ช้าที่สุด
ท่ากรรเชียง เป็นท่าว่ายแบบนอนหงาย มือสองข้างสลับกันสาวน้ำ เพื่อให้เคลื่อนตัวไปข้างหน้า

กติกากีฬาว่ายน้ำ
กติกากีฬาว่ายน้ำ จะกำหนดเสียก่อนว่า ในการแข่งขันแบบนี้จะว่ายด้วยท่าอะไร และได้มีระยะทางเท่าใด ซึ่งผู้เข้าแข่งขันก็จะต้องว่ายตามที่กำหนดไว้ ใครเข้าเส้นชัยได้เป็นคนแรกจะเป็นผู้ชนะ เช่น การแข่งขันฟรีสไตล์ 100 เมตร ผู้เข้าแข่งขันจะต้องว่ายด้วยท่าฟรีสไตล์ ในระยะทาง 100 เมตร แต่ว่า ระยะทางที่ยาวที่สุดของสระว่ายน้ำ คือ 50 เมตร ฉะนั้น ผู้แข่งขันจึงต้องว่ายกลับตัว 1 ครั้ง เป็นการว่ายไปกลับ 1 รอบ จึงจะได้ระยะทาง 100 เมตร

ในเรื่องการปล่อยตัวก่อนการว่าย กรรมการจะเป่าเสียงนกหวีดยาว เพื่อให้นักว่ายน้ำขึ้นบนแท่นกระโดด ต่อมาเมื่อกรรมการจะบอกว่า “เข้าที่” ผู้แข่งขันจึงได้ก้าวไปยืนที่ปลายแท่นกระโดด รอให้กรรมการให้สัญญาณปล่อยตัวเป็นเสียงปืน ออด หรือนกหวีด จึงจะสามารถปล่อยตัวได้ อย่างไรก็ตาม เป็นการแข่งขันในท่าว่ายกรรเชียงกับท่าผลัดผสม จะไม่ปล่อยตัวจากแท่น แต่จะปล่อยตัวจากสระว่ายน้ำแทน

สำหรับการว่ายผลัด ผู้แข่งขันกระโดดลงสระหลังจากที่เพื่อนร่วมทีมจะว่ายแตะขอบสระไปแล้วเท่านั้น ถ้าหากเพื่อนร่วมทีมยังไม่แตะขอบสระ แล้วกระโดดลงไป จะถูกปรับแพ้ทันที

ประโยชน์ของกีฬาว่ายน้ำ
ช่วยทำให้สุขภาพแข็งแรง กล่าวคือ การว่ายน้ำก็เปรียบเป็นการออกกำลังกายอย่างหนึ่ง ทำให้สุขภาพแข็งแรง มีโอกาสเจ็บป่วยยากขึ้น
ช่วยรักษาความปลอดภัยของชีวิต กล่าวคือ กีฬาว่ายน้ำสามารถนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้ด้วย เช่น ช่วยเหลือคนที่จมน้ำ หรือช่วยเหลือตัวเองในขณะที่ตกน้ำ เป็นต้น
ทำให้รู้สึกสดชื่น-คลายเครียด กล่าวคือ การว่ายน้ำเป็นกีฬาที่อยู่กับน้ำทั้งร่างกาย จะช่วยให้ร่างกายมีความสดชื่น ส่งผลให้คลายเครียดจากปัญหาต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้…

ปิงปอง เป็นกีฬาสันทนาการอีกชนิดหนึ่งที่สามารถเล่นเพื่อสร้างความสนุกสนานในหมู่คณะ

ปิงปอง

ปิงปอง  เป็นกีฬาที่มีความท้าทายที่ผู้เล่นต้องอาศัยไหวพริบ และความคล่องแคล่วของร่างกายในการรับ-ส่งลูก

ประวัติกีฬาปิงปอง หรือเทเบิลเทนนิส
กีฬาปิงปองที่ได้มีการเริ่มขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433) ที่ประเทศอังกฤษ โดยที่ในอดีตอุปกรณ์ที่ได้มีการใช้เล่นปิงปองเป็นไม้หุ้มหนังสัตว์ ซึ่งได้มีลักษณะคล้ายกับไม้ปิงปองในปัจจุบัน ส่วนลูกที่ใช้ตีเป็นลูกเซลลูลอยด์ ซึ่งทำจากพลาสติกกึ่งสังเคราะห์ โดยเวลาที่ลูกบอลกระทบกับพื้นโต๊ะและไม้ตีจะเกิดเสียง “ปิ๊ก-ปอก” ดังนั้น กีฬานี้จึงถูกเรียกชื่อตามเสียงที่ได้ยินว่า “ปิงปอง” (PINGPONG) และได้มีการเริ่มแพร่หลายในกลุ่มประเทศยุโรปก่อน

ซึ่งวิธีการเล่นในสมัยยุโรปตอนต้น จะเป็นการเล่นแบบยัน (BLOCKING) และแบบดันกด (PUSHING) ซึ่งต่อมาได้พัฒนามาเป็นการเล่นแบบ BLOCKING และ CROP หรือที่ได้มีการเรียกว่าการเล่นถูกตัด ซึ่งวิธีการเล่นนี้เป็นที่นิยมอย่างมากแถบยุโรป ส่วนวิธีการจับไม้ จะมี 2 ลักษณะ คือ จับไม้แบบจับมือ (SHAKEHAND) ซึ่งเราเรียกกันว่า “จับแบบยุโรป” และเป็นการการจับไม้แบบจับปากกา (PEN-HOLDER) ซึ่งเราเรียกกันว่า “จับไม้แบบจีน”

ในปี ค.ศ. 1900 (พ.ศ. 2443) ที่ได้มีการเริ่มปรากฏว่ามีการหันมาใช้ไม้ปิงปองติดยางเม็ดแทนหนังสัตว์ ดังนั้น วิธีการเล่นแบบรุก หรือแบบบุกโจมตี (ATTRACK หรือ OFFENSIVE) โดยเป็นการใช้ท่าหน้ามือ (FOREHAND) และหลังมือ (BACKHAND) ที่ได้มีเริ่มมีบทบาทมากขึ้น และยังคงนิยมการจับแบบไม้แบบยุโรป ดังนั้น จึงถือว่ายุโรปเป็นศูนย์รวมของกีฬาปิงปองอย่างแท้จริง

ต่อมาในปี ค.ศ. 1922 (พ.ศ. 2465) ได้มีบริษัทค้าเครื่องกีฬา เพื่อเป็นการจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าว่า “PINGPONG” ด้วยเหตุนี้ กีฬาปิงปองจึงต้องเปลี่ยนชื่อเป็น เทเบิลเทนนิส (TABLE TENNIS) และในปี ค.ศ. 1926 (พ.ศ. 2469) ที่ได้มีการประชุมก่อตั้งสหพันธ์เทเบิลเทนนิสนานาชาติ (INTERNATIONAL TABLETENNIS FEDERATION : ITTF) ขึ้นที่กรุงลอนดอน ในเดือนธันวาคม ที่มาพร้อมกับมีการจัดการแข่งขันเทเบิลเทนนิสแห่งโลก ครั้งที่ 1 ขึ้นเป็นครั้งแรก

หลังจากนั้นในปี ค.ศ. 1950 (พ.ศ. 2493) เป็นยุคที่ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งได้มีการหันมาสนใจกีฬาเทเบิลเทนนิสมากขึ้น และได้มีการปรับวิธีการเล่นโดยเป็นการเน้นไปที่การตบลูกแม่นยำ และหนักหน่วง และเป็นการใช้จังหวะเต้นของปลายเท้า ต่อมาในปี ค.ศ. 1952 (พ.ศ. 2495) ญี่ปุ่นได้เข้าร่วมการแข่งขันเทเบิลเทนนิสโลกเป็นครั้งแรก ที่กรุงบอมเบย์ ประเทศอินเดีย และในปี ค.ศ. 1953 (พ.ศ. 2496) สาธารณรัฐประชาชนจีน จึงได้เข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งแรกที่กรุงบูคาเรสต์ ประเทศโรมาเนีย ที่ทำให้กีฬาเทเบิลเทนนิสกลายเป็นกีฬาระดับโลกที่แท้จริง โดยในยุคนี้ญี่ปุ่นใช้การจับไม้แบบจับปากกา และมีการพัฒนาไม้ปิงปองโดยเป็นการใช้ยางเม็ดสอดไส้ด้วยฟองน้ำ เพิ่มเติมจากยางชนิดเม็ดเดิมที่ใช้กันทั่วโลก

วิธีการเล่นกีฬาปิงปอง หรือเทเบิลเทนนิส
เป็นการส่งลูกที่ถูกต้อง ลูกจะต้องอยู่ที่ฝ่ามือแล้วโยนขึ้นไปในอากาศ สูงไม่น้อยกว่า 16 เซนติเมตร
เป็นการรับลูกที่ถูกต้อง เมื่อลูกเทเบิลเทนนิสถูกตีข้ามตาข่ายมากระทบแดนของตนครั้งเดียว ต้องตีกลับให้ข้ามตาข่าย หรืออ้อมตาข่ายกลับไป ลูกที่ให้ส่งใหม่คือ ลูกเสิร์ฟติดตาข่าย แล้วข้ามไปตกแดนคู่ต่อสู้หรือเหตุอื่นที่ผู้ตัดสินเห็นว่าจะต้องเสิร์ฟใหม่
การแข่งขันมี 2 ประเภท คือ ประเภทเดี่ยว และประเภทคู่
การนับคะแนน ถ้าผู้เล่นทำผิดกติกา จะเสียคะแนน
ผู้เล่นหรือคู่เล่นที่ทำคะแนนได้ 11 คะแนนก่อน จะเป็นฝ่ายชนะ ยกเว้นถ้าผู้เล่นทั้งสองฝ่ายทำคะแนนได้ 10 คะแนนเท่ากัน จะต้องเล่นต่อไป โดยฝ่ายใดทำคะแนนได้มากกว่าอีกฝ่ายหนึ่ง 2 คะแนน จะเป็นฝ่ายชนะ
การแข่งขันประเภททีมมี 2 แบบ คือ
6.1 SWAYTHLING CUP มีผู้เล่นครั้งละ 3 คน
6.2 CORBILLON CUP มีผู้เล่นครั้งละ 2-4 คน