มวยไทย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยที่สืบทอดกันมานาน

มวยไทย

มวยไทย  เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกันตัวและกีฬา ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด

มวยไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของคนไทยที่ได้มีการสืบทอดกันมาอย่างนาน เป็นทั้งการต่อสู้ป้องกันตัวและกีฬา ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่า เกิดขึ้นครั้งแรกในสมัยใด แต่ถือว่ามวยไทยเป็นศิลปะการต่อสู้ของไทยเช่นเดียวกับกังฟูของจีน ยูโดและคาราเต้ของญี่ปุ่น และเทควันโดของเกาหลี

เหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับมวยไทย ได้แก่
๑) สมัยอยุธยา สมเด็จพระสรรเพชญ์ที่ ๘ หรือพระเจ้าเสือ โปรดการชกมวยมากจนทรงปลอมพระองค์มาชกมวยกับชาวบ้าน และชนะคู่ต่อสู้ถึง ๓ คน ดังที่สำนักงานคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ ระบุไว้ในหนังสือ ศิลปะมวยไทยว่า พระเจ้าเสือได้ปลอมแปลงพระองค์เป็นสามัญชน มาชกมวยกับนักมวยฝีมือดีของเมืองวิเศษไชยชาญ และสามารถชกชนะนักมวยเอกถึง ๓ คน ได้แก่ นายกลาง หมัดตาย นายใหญ่ หมัดเหล็ก และนายเล็ก หมัดหนัก โดยทั้ง ๓ คน ได้รับความพ่ายแพ้อย่างบอบช้ำจากฝีมือการชกมวยไทยของพระองค์

เมื่อพระมหากษัตริย์โปรดการชกมวยไทยเช่นนี้ ทำให้มีการฝึกมวยไทยกันอย่างแพร่หลายในราชสำนัก และขยายไปสู่บ้านและวัด โดยเฉพาะวัด ถือเป็นแหล่งประสิทธิ์ประสาทวิชามวยไทยเป็นอย่างดี เพราะขุนศึกเมื่อมีอายุมากมักบวชเป็นพระ และสอนวิชาการต่อสู้ให้แก่ลูกศิษย์ที่ดี หรือมีความกตัญญูรู้คุณ โดยเฉพาะนักมวยเด่นในยุคหลังๆ ก็เกิดจากการฝึกฝนกับพระสงฆ์ในวัดแทบทั้งสิ้น ด้วยเหตุนี้การฝึกมวยไทยจึงแพร่หลาย และขยายวงกว้างไปสู่สามัญชนมากยิ่งขึ้น

๒) นักมวยที่มีฝีมือดีมีโอกาสเข้ารับราชการให้ก้าวหน้าได้ โดยเฉพาะการเป็นทหารในส่วนราชการที่เรียกว่า ทนายเลือก ซึ่งเป็นกรมที่ดูแลนักมวย ที่มีหน้าที่พิทักษ์รักษาความปลอดภัยให้แก่พระมหากษัตริย์

๓) เมื่อครั้งที่นายขนมต้มถูกจับเป็นเชลย และถูกกวาดต้อนไปอยู่ที่กรุงอังวะ ประเทศพม่า เมื่อ พ.ศ. ๒๓๑๐ พม่าได้จัดให้มีการฉลองชัยชนะ ในการทำสงครามกับไทย และสุกี้พระนายกองได้คัดเลือกนายขนมต้มให้ขึ้นชกกับนักมวยพม่า นายขนมต้มสามารถชกชนะนักมวยพม่าได้ถึง ๑๐ คน ดังที่ รังสฤษฎิ์ บุญชลอ กล่าวไว้ว่า “พม่าแพ้แก่นายขนมต้มหมดทุกคนจนถึงกับพระเจ้ากรุงอังวะตรัสชมเชยว่า คนไทยถึงแม้จะไม่มีอาวุธในมือ มีเพียงมือเปล่า ๒ ข้าง ก็ยังมีพิษสงรอบตัว” แสดงให้เห็นว่านักมวยไทยมีฝีมือเป็นที่เลื่องลือ

๔) ในสมัยที่สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชทรงเป็นเจ้าเมืองตาก ได้มีทหารเอกคู่ใจที่มีความสามารถด้านมวยไทยมาก และอยู่ในชั้นแนวหน้าของทนายเลือก ชื่อว่า นายทองดี ฟันขาว หรือจ้อย ชาวเมืองพิชัย ซึ่งต่อมาได้เป็น พระยาพิชัยดาบหัก เจ้าเมืองพิชัย…

คาราเต้โด เป็นศิลปะการต่อสู้ถือกำเนิดที่โอะกินะวะ ประเทศญี่ปุ่น

คาราเต้โด

คาราเต้โด เป็นการผสมผสานระหว่างการต่อสู้ของชาวโอะกินะวะและชาวจีน คาราเต้ได้เผยแพร่เข้าสู่ญี่ปุ่นในปี พ.ศ. 2464

กีฬาคาราเต้ หรือ คาราเต้โด เป็นศิลปะการต่อสู้ที่มีต้นกำเนิดมาจากหมู่เกาะโอกินาวะ และพัฒนาต่อมาจนเป็นคาราเต้ ซึ่งเน้นการป้องกันตัวและต่อสู้ด้วยมือเปล่า

หลังจากที่โอกินาวะถูกผนวกเข้าเป็นส่วนหนึ่งของญี่ปุ่น กีฬาคาราเต้ก็เริ่มแพร่หลายในสังคมญี่ปุ่นทันที โดยคำว่าคาราเต้ มีที่มาจากคำ คารา ที่แปลว่า “ความว่างเปล่า” และเต้ ที่แปลว่ามือ

คาราเต้เป็นกีฬาที่ช่วยในการปรับสภาพร่างกาย ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะด้านความเร็วและความอดทนเช่นเดียวกับความสมดุลของร่างกาย, ประสาทสัมผัสและความยืดหยุ่น

ในด้านของกีฬา คาราเต้ถูกบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในกีฬาของเอเชียนเกมส์ครั้งแรกในเอเชี่ยนเกมส์ปี 1994 ที่เมืองฮิโรชิม่า ซึ่งกีฬาคาราเต้จะแบ่งเป็น 2 ประเภทด้วยกันคือ “คาตะ” และ “คูมิเต้” โดยคาตะนั้นเป็นแข่งขันด้วยท่ารำ ซึ่งตัดสินผลจากความสวยงามและความถูกต้องตามหลักของคาราเต้ ส่วนคูมิเต้ “ท่าต่อสู้” หรือเรียกกันว่า “Free sparing” เป็นการต่อสู้โดยใช้ท่าต่างๆ เช่นการต่อย, การเตะ, การฟาด, การทุ่มล้มหรือทำให้คู่ต่อสู้เสียหลัก เป็นตัวทำคะแนน

โดยวิธีการให้คะแนนในการแข่งแบบ “คูมิเต้” หรือ “การต่อสู้” จะมีด้วยกัน 3 ระดับด้วยกันคือ
อิปปอน (Ippon) = 3 คะแนน จากการเตะเข้าที่หน้าใบหน้า, ศีรษะ, เตะช่วงบน หรือการซ้ำคู่ต่อสู้ที่ล้มลง
วาซา-อาริ (Waza-Ari) = 2 คะแนน จากการเตะลำตัวคู่ต่อสู้
ยูโกะ (Yuko) = 1 คะแนน จากการต่อยระดับหัวหรือลำตัว

ส่วนของร่างกายที่สามารถจู่โจมได้คือ ศีรษะ, ใบหน้า, คอ, ลำตัว, หน้าอก, หลัง และด้านข้างลำตัว โดยนักกีฬาคนใดก็ตามที่สามารถทำแต้มได้ถึง 8 คะแนนได้ก่อน หรือทำแต้มได้มากกว่าคู่ต่อสู้หลังหมดเวลาแล้วจะเป็นผู้ชนะ

ส่วนเกณฑ์การให้คะแนนในการแข่งแบบ “คาตะ” หรือท่ารำมีดังนี้
ความถูกต้องของท่ายืน
มีความเข้าใจในเทคนิคที่นำมาใช้หรือไม่
การกำหนดลมหายใจระหว่างรำ
ความยากของท่ารำ
ความแข็งแกร่ง, พละกำลัง, ความเร็ว, ความสมดุล และจังหวะ

การกระทำที่ถือว่าผิดกติกาของคาตะได้แก่
ท่ารำไม่ตรงกับท่ารำที่นักกีฬาแจ้ง
ลืมโค้งคำนับก่อนเริ่มรำและหลังรำจบ
นักกีฬาหยุดชะงักในระหว่างการแข่งขัน
แทรกแซงการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน
สายคาดเอวหลุดระหว่างการแข่งขัน
ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งหรือคำตัดสินของกรรมการ หรือกระทำความผิดอื่นใด

ด้านความสำเร็จของทัพนักกีฬาคาราเต้ทีมชาติไทยในเอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ คือการคว้า 1 เหรียญทองแดง จาก ทรงวุฒิ หมุนแทน

สำหรับเอเชียนเกมส์ครั้งนี้ทางสมาคมกีฬาคาราเต้แห่งประเทศไทยได้คัดเลือก 8 นักกีฬาลุยเอเชียนเกมส์ 2018 ซึ่งประกอบด้วย ปวีณา รักษาชาติ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 50 กก., ทิพยวัลย์ คำศรี รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 55 กก., อาร์ม สุขเขียว รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 61 กก., สิรวิชญ์ สว่างศรี รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 60 กก., ศุภ งามพึงพิศ รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 67 กก., ธีรวัต ผ่องใส รุ่นน้ำหนักไม่เกิน 75 กก., ธีรวัฒน์ คลังทอง รุ่นน้ำหนักมากกว่า 84 กก. และ ประเภทท่ารำ มนสิชา ธารารัตนากุล

โดยกีฬาคาราเต้จะลงทำการแข่งขันที่สนาม JCC Plenary Hall, Jakart ในกรุงจาการ์ตาระหว่างวันที่ 25-27 สิงหาคม 61…