ประวัติกีฬา แย้ลงรู เป็นการละเล่นที่มีที่มาจากการที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแย้เป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการอนุรักษ์แย้ด้วยซึ่งมันเป็นสัตว์ฉลาด

ประวัติกีฬา แย้ลงรู

ประวัติกีฬา แย้ลงรู  เป็นการสนุกสนานรื่นเริงร่วมกันในงานประจำปีต่าง ๆ

ประวัติกีฬา แย้ลงรู

เป็นการละเล่นที่มีที่มาจากการที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์มีแย้เป็นจำนวนมาก ทั้งยังมีการอนุรักษ์แย้ด้วยซึ่งมันเป็นสัตว์ฉลาดสร้างรูสำหรับพักอาศัยและหลบภัย แต่ก็ไม่พ้นการสังเกตของมนุษย์ จากลัษณะดังกล่าว จึงมีการประยุกต์ดัดแปลงเป็นการละเล่นแย้ลงรู ซึ่งนิยมเล่นในแถบภาคกลาง แย้ลงรูเป็นกีฬาพื้นเมืองที่มีการเล่นกันทั่วไปในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคกลางสมัยก่อน และเป็นการสนุกสนานรื่นเริงร่วมกันในงานประจำปีต่าง ๆ เช่นงานสงกรานต์ งานเฉลิมพระชนมพรรษา เป็นต้น แย้ลงรูเป็นกีฬาที่เล่นเลียนแบบอาการดิ้นรนเอาตัวรอดของสัตว์เลื้อยคลานเก่าแก่ชนิดหนึ่งของไทยที่ชื่อว่า“แย้” ซึ่งถูกชาวบ้านวางบ่วงดักจับที่ปากรู บ่วงจะรัดที่ลำตัวแย้ ขณะที่แย้ก็พยายามจะตะเกียกตะกายหนีลงรู ชาวบ้านนำลักษณะอาการที่แย้ถูกบ่วงรัดเอวและตะเกียกตะกายหนีลงรูมาดัดแปลงเป็นเกมกีฬาเล่นกัน

ปักหลักไม้ให้เป็นรูปสามเหลี่ยมปักให้แน่นๆ จากนั้นก็นำปลายเชือกหรือผ้าขาวม้าผูกเอวผู้เล่นแต่ละคน ปลายข้างหนึ่งผูกรวมไว้ตรงกึ่งกลาง หันหน้าไปทางหลักที่เหลือทั้งสอง ท่าเตรียมเล่น ผู้เล่นต้องอยู่ในท่าคลานเตรียมพร้อมที่จะเล่นเสมอ เป็นภูมิปัญญาไทยโดยแท้ กล่าวคือลักษณะที่ผู้เล่น ๓ หรือ ๔ คนใช้เชือกคนละเส้นนำปลายเชือกด้านหนึ่งผูกเอวไว้ หันหลังให้กันนำปลายเชือกอีกด้านมาผูกมัดร่วมกันไว้ แล้วต่างคนต่างออกแรงใช้ลำตัวดึงไปข้างหน้าแข่งกันไปให้ถึงจุดหมาย โดยไม่ใช้มือจับเชือก เป็นการเล่นที่โดดเด่นในวิธีการเล่น ท้าทาย ตื่นเต้นสนุกสนาน และยังไม่พบประเทศอื่นมีวิธีการเล่นเช่นแย้ลงรูมาก่อน

กติกาการเล่น
หลังจากที่ได้รับสัญญาณให้เล่นแล้ว จะต้องตะกุยพื้นพุ่งไปยังหลักที่อยู่ข้างหน้าของตัวให้ได้ก่อน โดยที่ไม่ต้องยืน ต้องออกแรงดึงคู่ต่อสู่ ไม่ให้ไปถึงหลักได้ ผู้ใดคว้าหลักข้างหน้าได้ก่อนจะเป็นผู้ชนะ