กีฬาหมากเก็บ การละเล่นยอดฮิตสำหรับเด็กผู้หญิงนั่นเองเป็นการเล่นพื้นบ้านของไทย นิยมเล่นในภาคกลาง

กีฬาหมากเก็บ

กีฬาหมากเก็บ  โดยหงายมือถือลูกหมากแล้วโยนขึ้น พร้อมกับพลิกเอาหลังมือรับ แล้วพลิกกลับเอาหน้ามือรับทุกคนที่เล่น จะขึ้นร้านให้ได้ลูกหมากมากที่สุด

กีฬาหมากเก็บ

หมากเก็บเป็นการเล่นพื้นบ้านของไทย นิยมเล่นในภาคกลาง โดยเฉพาะเด็กผู้หญิง อายุราว ๘ – ๑๔ ปี เชื่อว่ามีการเล่นหมากเก็บมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา การเล่นหมากเก็บจะใช้วัสดุ ก้อนหิน กะเทาะให้ค่อนข้างกลม ลบเหลี่ยม เพื่อไม่ให้เจ็บมือ ใช้ก้อนหินจำนวน ๕ ก้อน ขนาดหัวแม่มือ เล่นได้ ๓ – ๕ คน  ในหมากที่ 2 ก็ใช้วิธีการเดียวกัน แต่เก็บทีละ 2 เม็ด เช่นเดียวกับหมากที่ 3 ใช้เก็บทีละ 3 เม็ด ส่วนหมากที่ 4 จะไม่ทอดหมาก แต่จะใช้ “โปะ” คือถือหมากทั้งหมดไว้ในมือ โยนลูกนำขึ้นแล้วโปะเม็ดที่เหลือลงพื้น แล้วรวมทั้งหมดที่ถือไว้ “ขึ้นร้าน” ได้กี่เม็ดถือเป็นแต้มของผู้เล่นคนนั้น ถ้าไม่ได้ถือว่า “ตาย” แล้วให้คนอื่นเล่นต่อไป โดย “ตาย” หมากไหนก็เริ่มที่หมากนั้น ปกติการเล่นหมากเก็บจะกำหนดไว้ที่ 50-100 แต้ม ดังนั้นเมื่อแต้มใกล้ครบ เวลาขึ้นร้านต้องระวังไม่ให้แต้มเกิน ถ้าเกินต้องเริ่มต้นใหม่
การเล่นหมากเก็บเป็นการฝึกทักษะในการขึ้นร้าน ถ้ามืออ่อนก็จะรับหมากได้มาก เป็นการฝึกการโยน อีตัวและเก็บลูกหมาก โดยคาดคะเนจังหวะความสูงของอีตัว กับการเก็บลูกหมาก ให้สามารถรับได้ทันท่วงที ปัจจุบันยังมีเด็กหญิงเล่นกันอยู่ในชนบท แต่อาจะมีการเปลี่ยนจากลูกหมากเป็นก้านธูปหรือตะเกียบก็ได้

ประวัติการ วิ่งวัว เป็นการเล่นที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งของไทย นิยมเล่นกันในจังหวัดต่างๆของภาคกลาง

ประวัติการ วิ่งวัว

ประวัติการ วิ่งวัว  เป็นการวิ่งเร็วนั่นเองสันนิษฐานว่าเลียนแบบมาจากการแข่งขันวิ่งวัวหรือวิ่งควายที่ใช้วัวหรือควายวิ่งแข่งกันจริงๆ

ประวัติการ วิ่งวัว

จุดกำเนิดและประวัติ
เป็นการวิ่งแข่งขันความเร็ว ระยะทาง ๑๐๐ เมตร ส่วนใหญ่เพศชาย อายุ ๑๕ – ๒๐ ปี เล่นตามงานวัด เทศกาลตรุษสงกรานต์ ตามลานวัด หรือทุ่งนา ที่เก็บเกี่ยวข้าวแล้ว นิยมเล่นมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา

เป็นการเล่นที่เก่าแก่ชนิดหนึ่งของไทย นิยมเล่นกันในจังหวัดต่างๆของภาคกลาง การวิ่งลักษณะนี้เป็นการวิ่งเร็วนั่นเองสันนิษฐานว่าเลียนแบบมาจากการแข่งขันวิ่งวัวหรือวิ่งควายที่ใช้วัวหรือควายวิ่งแข่งกันจริงๆ การเล่นนี้มีมาแต่โบราณโดยมีชื่อเรียกแตกต่างกันในสมัยกรุงสุโขทัย เรียกว่า คนแล่น ในสมัยกรุงศรีอยุธยา เรียกว่า วิ่งวัว วิ่งควาย วิ่งวัวควาย และโคคน เป็นต้น

ปลายทางจะมีธงสามเหลี่ยมสวมอยู่ปลาย กระบอกไม้ไผ่ เอนประมาณ ๔๕ องศา เป็นจุดปลายทาง ผู้วิ่งวัวจับธงได้ก่อน เป็นผู้ชนะ ก่อนปล่อยตัว จะใช้เชือกปอยาวประมาณ ๖ เมตร ผู้ไว้ที่เอวของผู้วิ่งวัวสองคน ดึงเชือกมาไว้ที่เขียงด้านหลัง แล้วใช้มีดสับให้เชือกขาด ผู้วิ่งวัวจะค่อยฟังเสียงมีดกระทบกับเขียงเป็นสัญญาณว่าออกวิ่งได้ ชาวบ้านในสมัยก่อนนิยมเล่นวิ่งวัวคนเพื่อเป็นการประลองความเร็ว เพื่อการออกกำลังกายตลอดจนเล่นเพื่อความสนุกสนาน และมักเล่นหลังฤดูเก็บเกี่ยวโดยใช้ทางเกวียนเป็นที่วิ่งมีการขึงเชือกกลางทางเกวียนเพื่อวิ่งชิงธงกัน ต่อมามีการพัฒนาเล่นเป็นทีมโดยจับมือกันออกวิ่งแล้วชิงธงและจากหลักฐานพบว่ามีการเล่นวิ่งวัวคนในงานนักขัตฤกษ์ต่างๆ งานเทศกาล งานประจำปี